พื้นฐานที่ควรรู้ : Key Performance Indicators (KPI)

Table of Contents

เนื่องจากการทำงานในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับ ประสิทธิภาพและผลลัพธ์ ซึ่งต่างจากอดีตที่เน้นไปที่ปริมาณงาน ทำให้ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต้องมีเครื่องมือประเมินผลที่มีคุณภาพ และเครื่องมือนี้ควรเชื่อมโยงผลการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร อีกด้วย ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน หรือ Key Performance Indicators (KPI) จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่นอกจากจะตอบโจทย์ความต้องการแล้ว ยังสามารถสะท้อนทิศทางองค์กร อีกทั้งยังบ่งชี้ได้ว่าควรปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างไรให้ไปสู่จุดหมายได้เร็วขึ้น

KPI คืออะไร 

KPI เป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่องค์กรตั้งไว้ เพื่อประเมินความสำเร็จของพนักงาน โดยมีความหมายว่า

  • K (Key) หมายถึง สิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จ
  • P (Performance) หมายถึง ผลการดำเนินงาน
  • I (Indicators) หมายถึง ตัวชี้วัด

ทำไม KPI จึงสำคัญ

  • KPI เป็นตัวเชื่อมระหว่างการปฏิบัติงานจริงและกลยุทธ์ – ตัวชี้วัดที่ดีจะช่วยให้พนักงานรู้ว่าควรปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้องค์กรบรรลุจุดประสงค์ ทำให้ช่องว่างระหว่างการปฏิบัติงานจริงและกลยุทธ์ลดลง ส่งผลให้องค์กรเข้าใกล้เป้าหมายเร็วขึ้น
  • KPI เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์สำหรับประกอบตัดสินใจ – เนื่องจาก KPI เป็นเครื่องมือวัดผลที่น่าเชื่อถือและสะท้อนการทำงานจริง จึงสามารถใช้เป็นเหตุผลรองรับการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ
  • KPI ช่วยสร้างมาตรฐานการทำงาน – หากพนักงานปฏิบัติงานได้น้อยกว่าค่า KPI ขั้นต่ำที่ตั้งไว้ บริหารสามารถตรวจสอบได้ทันที ทำให้ปรับปรุงการทำงานได้ทันเวลา

ประเภทของ KPI

การแบ่งประเภทของ KPI ขึ้นอยู่กับว่าใช้เกณฑ์อะไรในการจัดกลุ่ม เช่น

การจัดกลุ่มโดยลักษณะการวัดผล

  • KPI เชิงปริมาณ – ผลการประเมินวัดเป็นตัวเลข เช่น จำนวนลูกค้า, จำนวนเงิน, และจำนวนชิ้นงานที่เสร็จ เป็นต้น
  • KPI เชิงคุณภาพ – ผลการประเมินเป็นนามธรรม ต้องตีความออกมาเป็นตัวเลข เช่น ความพึงพอใจของลูกค้า คุณภาพงาน และภาวะผู้นำ เป็นต้น

การจัดกลุ่มตามระดับโครงสร้างองค์กร

  • KPI เชิงกลยุทธ์ (Strategic KPI) – ตัวชี้วัดที่ประเมินความสำเร็จระดับองค์กร โดยสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และเป้าหมายระยะยาว มักถูกกำหนดโดยผู้บริหาร
  • KPI เชิงปฏิบัติการ (Operational KPI) – ตัวชี้วัดที่ประเมินความสำเร็จในกระบวนการทำงานโดยรวมในแผนก โดยสอดคล้องกับเป้าหมายระยะสั้น มักถูกกำหนดโดยหัวหน้าแผนก
  • KPI เชิงหน้าที่ (Functional KPI) – ตัวชี้วัดที่ประเมินผลงานพนักงานรายบุคคล โดยสอดคล้องกับบทบาทความรับผิดชอบที่ได้รับ

ขั้นตอนการพัฒนา KPI : มี 6 ขั้นตอน

  • การพิจารณาวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และเป้าหมายองค์กร – ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนพื้นฐาน มีจุดประสงค์เพื่อกำหนดทิศทาง KPI ให้สะท้อนความต้องการที่แท้จริงขององค์กร
  • การวิเคราะห์งาน -ขั้นตอนนี้มีเป้าหมายเพื่อหาสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ทำให้ระบุ KPI ได้อย่างถูกต้อง สามารถพาพนักงานและองค์กรไปถึงเป้าหมาย
  • ตั้ง KPI ให้มีมาตรฐานและใช้ได้จริง – KPI ควรออกแบบตามหลักการ SMART คือ
    • มีความชัดเจน (S = Specific) เช่น เพิ่มยอดขายสินค้า A ในสาขาเชียงราย
    • สามารถวัดผลได้ (M  = Measurable) เช่น เพิ่มยอดขายให้ได้ 100 ชิ้น/วัน
    • สามารถทำได้จริง (A = Achievable)
    • มีความสอดคล้องกับงานและกลยุทธ์ (R = Relevant) เช่น KPI ฝ่ายขายควรวัดที่ยอดขาย
    • มีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน (T = Time-bound) เช่น ภายใน 1 ปี
  • การระบุค่าเป้าหมาย (Target) ในแต่ละ KPI – องค์กรควรกำหนดค่าเป้าหมายเพื่อให้พนักงานปฏิบัติตามความคาดหวังของบริษัท ส่งผลให้บรรลุวิสัยทัศน์องค์กร
  • การจัดทำข้อมูล KPI และแจ้งให้พนักงานทราบ – สาเหตุหลักที่บริษัทควรทำคู่มือ KPI คือ เพื่อองค์กรและพนักงานมีความเข้าใจในเรื่อง KPI ที่ตรงกัน
  • ติดตามผลและปรับแก้ KPI ให้มีประสิทธิภาพ – เนื่องด้วย KPI ในปีนี้ อาจไม่เหมาะกับองค์กรในอีก 5 ปีข้างหน้า การปรับปรุง KPI จึงสำคัญ เพื่อให้ตัวชี้วัดนี้เข้ากับบริบทองค์กรในแต่ละยุคมากที่สุด

บริษัทที่ปรึกษา CSR Group

บริษัท CSR Consulting Group มีบริการโปรแกรมบริหารงานบุคคลที่มีมาตรฐานและน่าเชื่อถือ คือ ระบบ ANNA อีกทั้งมีประสบการณ์ให้คำปรึกษาด้านการพัฒนา KPI และการประเมินผลพนักงานให้กับหลายบริษัทชั้นนำ เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบริษัท EPSON (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น

Related Post

Succession Planning ในยุคดิจิทัล

Succession Planning ในยุคดิจิทัล

แนวโน้มการทำ Success

Engagement Survey ในยุคดิจิทัล

Engagement Survey ในยุคดิจิทัล

แนวโน้มการทำ Engagem

HR Expertise ในยุคดิจิทัล

HR Expertise ในยุคดิจิทัล

แนวโน้มการทำงาน HR E

Scroll to Top